โดยภาพรวม มีประเด็นสำคัญหลายข้อจากสัปดาห์ที่แล้วที่ควรหยิบยกขึ้นมา อย่างแรก ตลาดไม่คาดว่า Federal Reserve จะกลับมาใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดจนกว่าจะสิ้นปี 2026 และการคาดการณ์ไปไกลถึงปี 2027 ก็ดูไม่มีประโยชน์ในตอนนี้ อย่างที่สอง European Central Bank กำลังเข้าใกล้การเข้มงวดนโยบายการเงินมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากเงินเฟ้อเดินหน้าปรับตัวสูงขึ้น และเริ่มหลุดจากการควบคุม สถานการณ์เงินเฟ้อในสหรัฐฯ ก็ไม่ได้ดีกว่า แต่ Fed ยังมี “สมอ” ที่ถ่วงไม่ให้เร่งใช้นโยบายเข้มงวด นั่นคือภาวะตลาดแรงงานที่อ่อนแอ Jerome Powell กล่าวถึงสภาพตลาดแรงงานสหรัฐฯ ว่าอยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ แต่ทุกคนเข้าใจดีว่า ตัวเลข Nonfarm Payrolls ปัจจุบันยังห่างไกลจากคำว่าสมบูรณ์แบบ
นอกจากนี้ เศรษฐกิจยูโรโซนชะลอตัว ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวจากไตรมาสสี่ที่ย่ำแย่แล้ว แต่ก็มีอัตราการเติบโตต่ำกว่าที่ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ไว้ ดัชนี ISM Manufacturing ในสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าที่คาด
ผลก็คือ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ รอบนี้ยังคงไม่โดดเด่น และการที่เงินเฟ้อฝั่งสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ไม่ได้มีนัยว่าธนาคารกลางจะรีบใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวด แตกต่างจากฝั่ง EU หรือสหราชอาณาจักร ที่การเร่งตัวของเงินเฟ้อมีแนวโน้มผลักดันให้ธนาคารกลางหันไปขึ้นดอกเบี้ย ในขณะที่ Bank of England หรือ ECB มีความเป็นไปได้สูงที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงฤดูร้อนนี้ หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลายในเดือนพฤษภาคม ซึ่งในมุมมองของเรา ความเป็นไปได้ที่สถานการณ์จะจบลงภายในช่วงเวลาดังกล่าวถือว่าน้อยมาก